ss
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค Photoshop แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค Photoshop แสดงบทความทั้งหมด

15 มิถุนายน 2554

5 วิธีสุดง่าย การทำภาพสีเป็นภาพขาวดำ (เบื้องต้น)

(กล้องดิจิตอล) สมัยก่อนหรือเดียวนี้ถ้าเราต้องการ ถ่ายรูปขาวดำ จะต้องไปหาฟิมล์ ขาวดำ และจะยุ่งยากเวลานำฟิมล์ไปล้างและนำไปอัดถ้าเราทำเองไม่ได้ ไหนจะต้องมาใส่ฟิวเตอร์ปรับโทนภาพอีก  แต่มาในยุค กล้องดิจิตอลเราสามารถที่ทำ ภาพขาวดำ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีวิธีที่ทำด้วยกันหลายวิธี แต่ละวิธีก็จะให้ผลแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน กล้องดิจิตอลทำให้การถ่าย ภาพขาวดำเป็นเรื่องง่ายขึ้น ขอแค่ให้เรารู้จักพื้นฐานบางอย่างของ ขาวดำ  รู้จักโทนการไล่ภาพ ดังโซนในภาพ
ถ้าเราเข้าใจอย่างดีแล้ว ก็จะสามารถทำ ภาพขาวดำ ในยุคกล้องดิจิตอลได้ตามที่เราต้องการ ผมจะนำเสนอการทำ ภาพขาวดำด้วยวิธีง่ายๆสัก 5 วิธี เพื่อทำให้เห็นความแตกต่างและผลที่ได้จากการทำเป็น ภาพขาวดำ แต่ละวิธี โดยที่ผมตัดเรื่องทำเกรนและรายละเอียดปลีกย่อยอื่นออกไปเพื่อง่ายสำหรับมือใหม่

 วิธีที่1 การใช้คำสั่ง Gray Scale

  1. เปิดภาพสีที่ต้องการ
  2. ไปที่เมนู Image> mode>Grayscale>คลิก1ครั้ง ได้ภาพขาวดำที่ต้องการ

ภาพขาวดำ ที่ได้
ภาพจากแบบ Grayscale จะได้ภาพขาวดำแบบที่โปรแกรมตั้งไว้อัตโนมัติ เน้นให้ออกมาเทาๆ ไม่สามารถปรับเรื่องรายละเอียดและโทนมากนัก แต่ก็เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกเหมาะเป็นภาพประกอบเรื่องหรือบทความ

 วิธีที่2 การใช้คำสั่งHue/Saturation


  1. เปิดภาพสีที่ต้องการ
  2. ไปที่เมนู Image > Adjustments > Hue / Saturation แล้วคลิก 1ครั้ง
3.จะมีหน้าต่าง Hue / Saturation ขึ้นมา ในส่วนของ Saturationให้เลื่อนไปด้านซ้ายสุด
(-100) แล้วกด ok ก็จะได้ ภาพขาวดำ ที่ต้องการ
ภาพขาวดำ ที่ได้

ภาพจากโหมด Hue / Saturation เหมือนคล้ายการดูดสีออกให้หมดภาพเลยเป็นขาวดำ จะได้โทนตามที่ต้อง สะดวกและง่ายในการปรับ โทนจะสว่างกว่าแบบGray Scaleเล็กน้อย

 วิธีที่ 3  การใช้  Channel Mixer
  1. เปิดภาพสีที่ต้องการ
  2. ไปที่เมนูคำสั่ง Image > Adjustments > Channel Mixer แล้วคลิก 1ครั้ง จะมีหน้าต่าง
3.คลิกเครื่องหมายถูกที่ Monochrme ให้เป็นขาวดำ
4. ตรง Source Channels ในส่วนที่สีแดง(red),เขียว(Green),นำเงิน(Blue) เลือก55%,45%,0 ๔ตามลำดับแล้วกด ok โดยมีสูตรง่ายๆว่าเมื่อปรับรวมกันแล้วต้องได้เท่ากับ 100 เช่นเราอาจจะใช้สีแดง 50 สีเขียว 50 แล้วแต่ภาพที่เราปรับ ถ้าเกินอาจจะแสงเวอร์ได้
5. กดok ก็จะได้ภาพขาวดำที่ต้องการ


ภาพขาวดำ ที่ได้

ภาพจากการปรับด้วย Channel Mixer จะไล่โทนที่สมดุล ความสว่างและการระดับสีได้ดี ยิ่งถ้าเราเข้าใจหลักของแสงสีว่าจะให้ช่วงสีไหนเด่น  ขาวดำ ที่เราแปลงก็จะออกมาดีเลยที่เดียว

วิธีที่ 4 การใช้ Gradient map

  1. เปิดภาพสีที่ต้องการ
  2. ไปที่เมนู Image > Adjustments > Gradient mapแล้วคลิก 1 ครั้ง
 

3. จะมีหน้าต่าง Gradient map ขึ้นมา
 
4. คลิกเครื่องหมายถูกช่อง Reverse แล้วกด ok
4. ก็จะได้ ภาพขาวดำ ที่ต้องการ
ภาพขาวดำ ที่ได้
ภาพจากการปรับด้วย Gradient map จะได้ภาพดูมีมิติ คอนทราสจัด ไล่โทนจากมืดไปสว่างได้ดี บางครั้งเราก็ไม่ต้องปรับแต่งก็สามารถนำไปใช้เป็น ภาพขาวดำ ได้เลย

 วิธีที่ 5 ใช้โปรแกรมบลั๊กอินต่างๆ โดยผมใช้โปรแกรมปลั๊กอินของ Alien Skin Exposure2

  1. เปิดภาพสีที่ต้องการ
  2. ไปที่เมนู Filter> Alien Skin Exposure2>Black and White Film แล้วคลิก 1 ครั้ง
3.ก็จะมีหน้าต่างโปรแกรม Alien Skin Exposure2 ออกมา

4. ในส่วนของ Settings ผลเลือกขาวดำเลียนแบบฟิมล์ KodakT-max100 โดยเราสามารถเลือกอะไรก็ได้ที่เราต้องการ  เมนู Color จะเป็นเมนูปรับ Channel สีทั้ง 3 สี ก็คือสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน เหมือนการถ่ายใช้ฟิวเตอร์สีปรับโทนมืดสว่าง  ในส่วน Tone เหมือนปรับโทนให้ได้ตามที่เราต้องการแบบเดียวกับ Curves
5.แล้วกด ok ก็จะได้ ภาพขาวดำ ที่ต้องการ
ภาพขาวดำ ที่ได้
ภาพขาวดำที่ได้จาก Alien Skin Exposure 2 เราสามารถที่จะปรับแต่งได้แยะ เราสามารถที่จะเลือกเลียนแบบฟิมล์แบบไหนก็ได้ เลือกใส่ฟิวเตอร์สี เลือกความสว่าง-มืด เลือกความชัด ปรับเกรนได้ ถือว่าเป็นโปรแกรมที่น่าใช้ที่เดียว

ภาพขาวดำที่ได้จากทั้งหมด5วิธี

ภาพขาวดำ ที่ได้แต่ละ 5 แบบจะมีความแตกต่างกันหรือบางแบบอาจใกล้เคียงกัน โดยให้ถือหลักว่าให้ใช้แบบที่เราสามารถปรับโทนได้ มีความยื่ดหยุ่นในการปรับ  ภาพดูแล้วมีมิติ เช่นแบบ Gradient mapที่สะดวกภาพดูมีมิติ โทนสว่าง หรือแบบ Channel Mixer ที่ทำให้เราปรับโทนแต่ละช่วงสีได้ดี หรือใช้พวกบลั๊กอิน Alien Skin Exposure 2 ที่มีรายละเอียดในการปรับได้ตามที่เราต้องการ แต่ไม่แนะนำแบบ Grayscale เพราะทำให้โทนออกเทาๆ 

ที่นี้เราก็จะสามารถทำ ภาพขาวดำ ได้ออกมาตามที่เราต้องการแล้วครับ ลองเอาไปทำดูและใช้งานดูครับ   และยังมีอีกหลายวิธีที่ปรับแต่ง และยังต้องทำเกรนเลียนแบบฟิมล์อีกซึ่งจะนำเสนอในบทต่อไปครับ
(กล้องดิจิตอล)

ที่มา: เรื่อง/ภาพ โดย ช.ช้าง BY KLONGDIGITAL.COM

28 พฤษภาคม 2554

ปรับภาพให้ได้อย่างใจ เพิ่มส่วนที่มืดให้สว่างยิ่งขึ้น

ปรับภาพให้ได้อย่างใจ เพิ่มส่วนที่มืดให้สว่างยิ่งขึ้น


ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า เป็นการใช้งานส่วนบุคคลนะครับ อาจจะไม่ได้ตรงตามตำราแต่ประการใด แต่สามารนำมาใช้งานได้จริงแน่นอนครับ เคยมั้ยครับเวลาถ่ายรูปออกมา ส่วนที่อยากให้มืดกลับสว่าง แต่ส่วนที่สว่างกลับมืด

วันนี้ผมมีวิธีแก้ครับ
แต่จะเป็นวิธีการปรับภาพ จากมืดให้สว่างขึ้น เพราะถ้าถ่ายมาสว่างมากเกินไป(โอเวอร์)ผมเองก็จนปัญญาเหมือนกันครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เพื่อนๆ บางคนจึงเน้นถ่ายออกมาให้ ติด under นิดๆ เพราะ สามารถมาแก้ไขรูปได้ดีกว่าที่ชดเชยให้ overไป เพราะลายละเอียดบางส่วนที่ต้องการอาจหาย กู้กลับมายากมากครับ

แต่การปรับแสงที่เราปรับกันทั่วๆไป ก็อาจจะทำให้ภาพทั้งภาพสว่างขึ้นมาทั้งภาพ.. แล้วจะทำไงดีล่ะทีนี้ เมื่อปรับส่วนที่ต้องการให้เห็นลายละเอียดได้แล้ว แต่กลับต้องเสียส่วนอื่นๆภายในภาพไป วันนี้ผมจึงมีวิธีมาช่วยเพื่อนๆ ครับ

เกริ่นมาซะยาวเข้าเรื่องดีกว่า จากรูป จะเห็นได้ว่า บริเวณ หน้าของแบบ ดู under ไปมาก อีกทั้งสีผิวนายแบบที่เป็นคนผิวเข้ม ยิ่งทำให้แย่ไปใหญ่ เราเลยต้องการเพิ่มความสว่างที่ตัวแบบ โดยที่ไม่กระทบกับแบล็คกราวมากนัก เพื่อความสมดุลของภาพครับ

เริ่มแรกเปิดรูปที่ต้องการแก้ไขขึ้นมาครับ
ทำการ Duplicate รูปหลักที่เราเปิดมา โดยการลากรูปไปยังเครื่องหมายที่อยู่ในวงกลมเลข 1 ก็ได้ครับ วิธีนี้เป็นการสร้างรูปภาพที่มีอยู่เพิ่มขึ้นมา หรือ กด Ctrl+j ก็ได้ครับ ในที่นี้ผมสร้างมา 2 รูป หรือ 2 Layer

จากนั้นเลือก Layer บนสุด ที่เราสร้างมา จากนั้นไปตามสีเหลี่ยมสีแดงหมายเลข 2เลยครับ แล้วคลิกเปิดขึ้นมา Brightness/contrast
เมื่อเปิด Brightness/contrast ขึ้นมาแล้ว ก็จะมีหน้าต่างการทำงานของเมนูนี้ขึ้นมา

ต่อมาเราก็จะปรับที่ Brightness ในที่นี้ ดูความเหมาะสมนะครับว่าส่วนที่เราต้องการให้สว่างขึ้นนั้น เปลี่ยนไปแค่ไหน จากตัวอย่าง ผมพอใจที่ 48 กด OK
ต่อมา เราจะเห็นได้ว่า รูปที่เราปรับความสว่างด้วยเครื่องมือ Brightness/contrass นั้น สว่างทั้งภาพเลย แต่เราต้องการมันแค่ตรงตัวคน  ไม่ต้องห่วงครับ เราไปต่อกัน

คลิ กที่วงกลมสีแดงหมายเลข 1 ครับ มันก็จะเปลี่ยนแปลง Layer บนสุดที่เราทำงานอยู่นั้นตามวงกลมสีแดงหมายเลข 2 ไม่ต้องตกใจครับ  ขั้นตอนต่อไปให้เลือกเครื่องมือ Brush ตามวงกลมสีแดงเลข 3 อย่าลืม สังเกตุค่าที่วงกลมสีแดงหมายเลข 4 ด้วยนะครับ ต้องให้สีตรงนั้นเป็นสีดำ ทับอยู่บนขาว

ค่าสีตรงนี้อาจจุเปลี่ยนไปตอนที่เราปรับแต่งรูปอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ฉนั้นต้องดูตรงนี้ด้วยนะครับ สำคัญมาก
จากนั้น ระบายบรัช ให้ทั่วบริเวณแบล็คกราวด้านหลังครับ ดูที่วงกลมที่ด้านข้างโดยเว้นตรงส่วนที่เป็นแบบไว้ โดยที่ เราจะเปลี่ยนค่า Opacity ตามที่วงกลมด้านบนของภาพโดยปรกติ จะเป็น 100 ผมเปลี่ยนเป็น 41
แล้วทำไมถึงเปลี่ยนเป็น 41 เพราะการลดค่า Opacity ตรงนี้ลงมาจะเป็นเหมือนการลดน้ำหนักของขนแปรงครับ 100 % เท่ากับวาดไปเต็มๆ แต่ผมลดลงมา ก็เท่ากับ นำหนักจะลงไปเหลือแค่ 41% เท่านั้น ผลที่ได้ก็คือ เหมือนการวาดแปรงบางๆ ค่อยๆวาดซ้ำๆลงไป ลงไปทีล่ะนิดดีกว่าระบายที่เดียวเลยครับ เพราะค่าแสงจะแตกต่างแล้วไม่สมจริง

*การ ทำวิธีนี้ เป็นการ ระบายภาพด้านบนหรือ Layer บน ออก เพื่อให้เห็น Layer ด้านล่างแทน เราทำวิธีนี้เท่ากับ เราเอาภาพด้านล่างที่เราไม่ได้ปรับอะไรเลยขึ้นมาแสดง ลองทำกันดูครับ
เมื่อเราระบายจนพอใจแล้ว ให้กด Ctrl+Alt+Shift+E พร้อมกัน เพื่อรวมทุก Layer ที่เราทำมาเข้าด้วยกัน ไปสร้างเป็น Layer บนสุดครับ ตามรูปเลย ผมก็สร้างมา 2 Layer เหมือนเดิม
เมื่อเราปรับแสง และระบายภาพแล้ว จะเห็นได้ว่างแสงสว่างทำให้โทนสีของาภาพนั้นดรอปลงไป เราจึงจำเป็น หรือไม่ก็ได้นะครับตามความชอบ ในที่นี้ผมต้องการให้สีมันอิ่มขึ้นอีก ก็กด Ctrl+u ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาตามรูป
จากนั้นเลื่อนแถบ Saturation ไปทางบวก ตามรูปผมเลื่อนไปที่ 24 เพื่อให้สีทั้งภาพดูอิ่มขึ้นชัดเจนครับ ตรงส่วนไหนที่เราไม่ต้องการให้เข้ม ก็อย่าเพิ่งไปซีเรียสครับ เราแก้ได้อีกเช่นเคยอย่างเช่นบริเวณ จากรูปตัวอย่างจะเห็นว่าสีเข้มเกินไป อย่าเพิ่งซีเรียสครับ

ทั้งนี้ให้ทำบน Layer บนสุดนะครับ
จากนั้นทำแบบก่อนหน้านี่ครับ โดยการสร้าง Add layer Masks วงกลม 1 จากนั้นหน้าตาก็จะเป็นตามวงกลมที่ 2 แล้วเราก็ไปเลือก Brush แล้วบรรจงละเลงที่ตัวแบบในบริเวณ เส้นสีแดงครับ ค่อยๆ ระบายให้ Layer ด้านล้างแสดงขึ้นมา โทนสีที่เข้มตอนแรก ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกว่าจะเป็นที่หน้าพอใจครับ จะนั้นก็หยุด
จากนั้นตามรูปเลยครับ ทำการรวม Layer ทุก Layer เข้าด้วยกันครับ เป็นอันเสร็จครับ
ลองเอารูปมาเปรียบเทียบให้ดูกัน ครับ จะเห็นได้ว่า แบล็กกราวด้านหลังแบบสว่างขึ้นไม่มากจนเสียรายละเอียด แต่ตัวแบบ ชัดเจนและสว่างขึ้นกว่าเก่ามากครับ

ทั้งหมดนี้เอาไป ประยุกปรับใช้ได้กับภาพทุกแนว การแก้ไขได้ผลดีขึ้นอยู่กับการฝึกฝนครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดไม่อยากให้ถ่ายรูปแล้วคิดว่า เดี๋ยวเอาไปแก้ไขได้ได้ครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเราควรฝึกฝนการถ่ายให้ออกมาเป็นอย่างที่เราต้องการ ดีกว่ามานั่งแก้ที่หลังครับ


หวังว่าคงเป็นประโยขน์นะครับ อย่างที่ผมย้ำว่า เทคนิคนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการแก้ไขภาพเฉพาะส่วนแบบอื่นได้ครับ
เรื่อง/ภาพ gotchi
ที่มา:  Klongdigital.com

ทำภาพให้หลังเบลอเพื่อให้แบบดูโดดเด่น

ทำภาพให้หลังเบลอเพื่อให้แบบดูโดดเด่น



อยากทำภาพ ประมาณ หน้าชัดหลังเบลอ ได้ง่ายๆ มีวิธีดังนี้
การทำใช้หลักการง่ายๆโดยเราใช้ขั้นตอนของ Copy Layer จากภาพเดิม เอามาซ้อนทับกัน
ขั้นตอนแรกโดยการเปิดรูปที่ต้องการจะทำ
 


คลิกขวาเมาส์ ที่รูป แล้วกดไปที่ Duplicate Layer
เราสามารถกด Ctrl + J ก็ได้
ตั้งชื่อให้เรียบร้อย หรือ Background copy เลยก็ได้
กดเครื่องมือ Filter > Blur > Gaussian Blur


กำหนดค่าความเบลอของภาพให้เหมาะสม
ภาพใน Layer ที่ถูกใส่ Gaussian Blur เปลี่ยนค่าแล้วแต่ชอบเลยครับ จะเบลอมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละรูป
กดเครื่องมือ Eraser Tool แล้วลบในเฟรมที่ตัวแบบอย่างในภาพ กำหนดค่า Opacity : 50 % เพื่อให้เรียบเนียน อย่าให้เกินตัวนางแบบไปนะครับ
โดยการเพิ่มขนาดช่องวงกลมนั้น
ปุ่ม บ กดแล้วจะทำให้วงกลม  : เล็กลง
ปุ่ม ล  กดแล้วจะทำให้วงกลม : ใหญ่ขึ้น
1 :  เราสามารถตั้งค่า Opacity ให้มากกว่า 50 % ได้ จะทำให้ตัวแบบดูชัดขึ้น และดูโดดเด่นขึ้น รองทำดูนะครับ  ให้รอบนอก 50 % แล้วด้านในให้มีค่าเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ
2 :  สามารถกดช่องมองดูแต่ละเฟรมได้เลยครับ
สังเกตว่าเราจะลบที่ตัวแบบออกทั้งหมด
เราจะได้ฉากหลังเบลอหน้าชัด ......... เห็นไหมง่ายนิดเดียวเอง

ในตัวอย่าง ผมพยายามทำให้หลังเบลอมากๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ส่วนใครจะไปประยุกต์ใช้แบบไหน ก็แล้วแต่เลยครับ


ขอบคุณนางแบบจากงาน MOTOR EXPO 
ที่มา: www.klongdigital.com 

16 พฤษภาคม 2554

ทำกรอบภาพง่ายๆ


เห็นมีคนถามหลายกระทู้ละ...ว่าจะทำกรอบภาพยังไง
วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ....เลยเอาวิธีการสร้างกรอบโดยโฟโต้ช็อบแบบง่ายๆ มาฝาก กันซักหน่อย
มาใช้รูปนึงก็แล้วกันนะครับ

วิธีการทำกรอบรูป...ไม่ยากหรอครับ
ในขั้นตอนที่ผมสอนอาจจะดูมีหลายขั้นตอน...ดูเหมือนจะยุ่งยาก
แต่ลองทำตามผมซิครับ...แล้วจะรู้ว่ามันช่างง่ายอะไรจะปานนั้น!!

ก่อนอื่นเราก็เลือกรูปที่เราจะทำกรอบ...เอามาปรับแต่งสีสัน และย่อขนาดให้ได้ที่ต้องการ
ในที่นี้...ผมนำรูปของคุณ zuume มาปรับสีนิดหน่อย แล้วย่อลงเป็นขนาด 510x340 pixel

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว
เรามาสร้างขอบเส้นเล็กๆ สีเทา ขนาด 1 พิกเซลให้กับภาพของเราเสียก่อน
....ไปที่เมนู Image > Canvas Size (ตามภาพเลยครับ)
จะมีหน้าต่าง Canvas Size โผล่ขึ้นมา ดังภาพ
ภาพข้างบนนั่นเป็นขนาดของภาพเราในปัจจุบัน
ทีนี้เราจะมาทำการเพิ่มเส้นขอบรูปขนาด 1 พิกเซลเข้าไป
นั่นคือการที่เราจะต้องขยายขอบรูปออกข้างละ 1 พิกเซลใช่ป่ะ

กำหนดไปเลย...เพิ่มความกว้าง 2 พิกเซล เป็น 342 พิกเซล และเพิ่มความสูง 2 พิกเซล เป็น 512 พิกเซล (1)
และไปกำหนดตรง Canvas extension color ให้เป็น Gray ซึ่งก็คือสีเทานั่นเอง (2)
อย่าเพิ่งงงนะครับ
เท่านี้เราก็จะได้รูปที่มีเส้นขอบสีเทาๆ บางๆ ขนาด 1 พิกเซลแล้วล่ะ (ตัวอย่างในภาพอาจจะมองไม่ค่อยออกนะครับ...เพราะเส้นมันบาง)
อ่อ....เห็นแฮะ 
อันดับต่อไป มาสร้างตัวกรอบจริงๆ ให้กับรูปภาพ
ในที่นี้ผมจะสร้างกรอบภาพขนาด 50 พิกเซล สีขาว
ดังนั้นเราจะต้องขยายด้านข้างของภาพออก 50 พิกเซล สองด้านก็เท่ากับ 100 พิกเซล
ขนาดรูปเดิมของเราคือ 510x340 พิกเซล
ดังนั้นเราต้องกำหนดให้เป็น 610x440 พิกเซล
ไป Canvas Size กันเลยครับ
กำหนดควมกว้างเป็น 440 ความสูงเป็น 610
และ Canvas extension color ให้เป็น White
เราก็จะได้รูปที่มีกรอบสีขาว ซึ่งมีขนาดของกรอบ 50 พิกเซล
แต่ยังไม่พอครับ...มันยังดูธรรมดาไป
ไปที่หน้าต่าง Layer แล้วดับเบิ้ลคลิกที่เลเยอร์ Background
จะมีหน้าต่าง New Layer ขึ้นมา ให้คลิก OK
ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราต้องการให้รูปของเรากลายเป็น Layer เพื่อที่เราจะสามารถใช้ Layer Style ได้ (ในกรณีที่เป็น Background จะไม่สามารถใช้คำสั่ง Layer Style ได้ครับผม)
สังเกตว่าตอนนี้ เจ้าเลเยอร์ Background ของเราเปลี่ยนชื่อไปแล้ว เป็น Layer0
คราวนี้เราก็มา Canvas Size กันอีกที
เพิ่มขอบข้างละ 10 พิกเซล ดังภาพ
อ่อ..ลืมบอกไป เมื่อภาพของเราเป็นเลเยอร์ จะไม่สามารถเลือกค่า Canvas extension color ได้นะครับ (กลับไปดูรูปข้างบน)
คราวนี้เราก็จะได้รูปภาพที่มีขอบใสๆ มาดังภาพ
ขั้นตอนต่อไป เราจะใส่เงาให้กรอบของเรา เพื่อให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้น
ไปที่เมนู Layer > Layer Style > Drop Shadow
ตามภาพเลยครับ
คราวนี้โปรแกรมจะเรียกหน้าต่าง Layer Style ขึ้นมา
กำหนดค่าตามรูปเลยครับ
จริงๆ แล้วเราสามารถปรับค่าต่างๆ ได้อีกนะ แต่คงต้องอธิบายกันยาว
เอาเป็นว่าทำตามผมไปก่อนก็แล้วกัน
ลองสังเกตที่ขอบของกรอบสีขาวนะ....จะปรากฏเงาจางๆ ขึ้นมา แต่อาจจะมองไม่ค่อยชัด...แต่รอเดี๋ยว จะทำให้มันเห็นชัดเจนขึ้นน่ะ
ไปที่เมนู Layer เลือกคำสั่ง Flatten Image  
เห็นป่ะ....รูปของเรามีกรอบสีขาวที่มีเงาจางๆ
ดูดีขึ้นไม๊ล่ะครับ

จากนั้นก็พิมพ์ข้อความใส่นิดหน่อยพอเป็นพิธี แต่ไม่ต้องให้รกมากนะ เดี๋ยวจะดูไม่สวยไปซะอีก
ในที่สุด...เราก็ได้รูปพร้อมกรอบ มีรายละเอียดประกอบเล็กน้อย
พร้อมโพสอวดเพื่อนๆ แล้วล่ะ  
เสร็จแล้วครับ....ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ป่ะ
ขอบคุณคุณ zuume ครับ ที่ให้ยืมรูปประกอบการสอน
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาชมและคอมเมนต์ครับ
มีโอกาสจะหาอะไรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อีกนะครับ


ที่มา: ด้วยความปรารถนาดีจาก Canabizz Entertainment

บทความกล้องดิจิตอลยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง