ss

28 พฤษภาคม 2554

ประกวดถ่ายภาพ Nikon D5100 มุมมองไม่ซ้ำใคร ลุ้นรับ กล้อง D5100 (kit)

ประกวดถ่ายภาพ Nikon D5100 มุมมองไม่ซ้ำใคร ลุ้นรับ กล้อง D5100 (kit)


ประกวดถ่ายภาพ Nikon D5100 มุมมองไม่ซ้ำใคร ลุ้นรับ กล้อง D5100 (kit) และ โปรแกรม Nikon Capture NX 2 ผ่านเฟสบุค

นิคอน เอเชีย ฉลองความสำเร็จกล้อง Nikon D5100 ออกแคมเปญประกวดถ่ายภาพ? มุมมองไม่ซ้ำใคร? ผ่านทางเฟสบุค เพียงสมัครเข้าไปที่ http://d5100.nikon-asia.com และโพสรูปถ่ายในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถลุ้นรับ กล้อง Nikon D5100(kit) และโปรแกรม Nikon Capture NX2 ได้แล้ว ประกาศผลทุกวันพุธระยะเวลาประกวดตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. - 15 มิ.ย. 2554 นี้

ปรับภาพให้ได้อย่างใจ เพิ่มส่วนที่มืดให้สว่างยิ่งขึ้น

ปรับภาพให้ได้อย่างใจ เพิ่มส่วนที่มืดให้สว่างยิ่งขึ้น


ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า เป็นการใช้งานส่วนบุคคลนะครับ อาจจะไม่ได้ตรงตามตำราแต่ประการใด แต่สามารนำมาใช้งานได้จริงแน่นอนครับ เคยมั้ยครับเวลาถ่ายรูปออกมา ส่วนที่อยากให้มืดกลับสว่าง แต่ส่วนที่สว่างกลับมืด

วันนี้ผมมีวิธีแก้ครับ
แต่จะเป็นวิธีการปรับภาพ จากมืดให้สว่างขึ้น เพราะถ้าถ่ายมาสว่างมากเกินไป(โอเวอร์)ผมเองก็จนปัญญาเหมือนกันครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เพื่อนๆ บางคนจึงเน้นถ่ายออกมาให้ ติด under นิดๆ เพราะ สามารถมาแก้ไขรูปได้ดีกว่าที่ชดเชยให้ overไป เพราะลายละเอียดบางส่วนที่ต้องการอาจหาย กู้กลับมายากมากครับ

แต่การปรับแสงที่เราปรับกันทั่วๆไป ก็อาจจะทำให้ภาพทั้งภาพสว่างขึ้นมาทั้งภาพ.. แล้วจะทำไงดีล่ะทีนี้ เมื่อปรับส่วนที่ต้องการให้เห็นลายละเอียดได้แล้ว แต่กลับต้องเสียส่วนอื่นๆภายในภาพไป วันนี้ผมจึงมีวิธีมาช่วยเพื่อนๆ ครับ

เกริ่นมาซะยาวเข้าเรื่องดีกว่า จากรูป จะเห็นได้ว่า บริเวณ หน้าของแบบ ดู under ไปมาก อีกทั้งสีผิวนายแบบที่เป็นคนผิวเข้ม ยิ่งทำให้แย่ไปใหญ่ เราเลยต้องการเพิ่มความสว่างที่ตัวแบบ โดยที่ไม่กระทบกับแบล็คกราวมากนัก เพื่อความสมดุลของภาพครับ

เริ่มแรกเปิดรูปที่ต้องการแก้ไขขึ้นมาครับ
ทำการ Duplicate รูปหลักที่เราเปิดมา โดยการลากรูปไปยังเครื่องหมายที่อยู่ในวงกลมเลข 1 ก็ได้ครับ วิธีนี้เป็นการสร้างรูปภาพที่มีอยู่เพิ่มขึ้นมา หรือ กด Ctrl+j ก็ได้ครับ ในที่นี้ผมสร้างมา 2 รูป หรือ 2 Layer

จากนั้นเลือก Layer บนสุด ที่เราสร้างมา จากนั้นไปตามสีเหลี่ยมสีแดงหมายเลข 2เลยครับ แล้วคลิกเปิดขึ้นมา Brightness/contrast
เมื่อเปิด Brightness/contrast ขึ้นมาแล้ว ก็จะมีหน้าต่างการทำงานของเมนูนี้ขึ้นมา

ต่อมาเราก็จะปรับที่ Brightness ในที่นี้ ดูความเหมาะสมนะครับว่าส่วนที่เราต้องการให้สว่างขึ้นนั้น เปลี่ยนไปแค่ไหน จากตัวอย่าง ผมพอใจที่ 48 กด OK
ต่อมา เราจะเห็นได้ว่า รูปที่เราปรับความสว่างด้วยเครื่องมือ Brightness/contrass นั้น สว่างทั้งภาพเลย แต่เราต้องการมันแค่ตรงตัวคน  ไม่ต้องห่วงครับ เราไปต่อกัน

คลิ กที่วงกลมสีแดงหมายเลข 1 ครับ มันก็จะเปลี่ยนแปลง Layer บนสุดที่เราทำงานอยู่นั้นตามวงกลมสีแดงหมายเลข 2 ไม่ต้องตกใจครับ  ขั้นตอนต่อไปให้เลือกเครื่องมือ Brush ตามวงกลมสีแดงเลข 3 อย่าลืม สังเกตุค่าที่วงกลมสีแดงหมายเลข 4 ด้วยนะครับ ต้องให้สีตรงนั้นเป็นสีดำ ทับอยู่บนขาว

ค่าสีตรงนี้อาจจุเปลี่ยนไปตอนที่เราปรับแต่งรูปอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ฉนั้นต้องดูตรงนี้ด้วยนะครับ สำคัญมาก
จากนั้น ระบายบรัช ให้ทั่วบริเวณแบล็คกราวด้านหลังครับ ดูที่วงกลมที่ด้านข้างโดยเว้นตรงส่วนที่เป็นแบบไว้ โดยที่ เราจะเปลี่ยนค่า Opacity ตามที่วงกลมด้านบนของภาพโดยปรกติ จะเป็น 100 ผมเปลี่ยนเป็น 41
แล้วทำไมถึงเปลี่ยนเป็น 41 เพราะการลดค่า Opacity ตรงนี้ลงมาจะเป็นเหมือนการลดน้ำหนักของขนแปรงครับ 100 % เท่ากับวาดไปเต็มๆ แต่ผมลดลงมา ก็เท่ากับ นำหนักจะลงไปเหลือแค่ 41% เท่านั้น ผลที่ได้ก็คือ เหมือนการวาดแปรงบางๆ ค่อยๆวาดซ้ำๆลงไป ลงไปทีล่ะนิดดีกว่าระบายที่เดียวเลยครับ เพราะค่าแสงจะแตกต่างแล้วไม่สมจริง

*การ ทำวิธีนี้ เป็นการ ระบายภาพด้านบนหรือ Layer บน ออก เพื่อให้เห็น Layer ด้านล่างแทน เราทำวิธีนี้เท่ากับ เราเอาภาพด้านล่างที่เราไม่ได้ปรับอะไรเลยขึ้นมาแสดง ลองทำกันดูครับ
เมื่อเราระบายจนพอใจแล้ว ให้กด Ctrl+Alt+Shift+E พร้อมกัน เพื่อรวมทุก Layer ที่เราทำมาเข้าด้วยกัน ไปสร้างเป็น Layer บนสุดครับ ตามรูปเลย ผมก็สร้างมา 2 Layer เหมือนเดิม
เมื่อเราปรับแสง และระบายภาพแล้ว จะเห็นได้ว่างแสงสว่างทำให้โทนสีของาภาพนั้นดรอปลงไป เราจึงจำเป็น หรือไม่ก็ได้นะครับตามความชอบ ในที่นี้ผมต้องการให้สีมันอิ่มขึ้นอีก ก็กด Ctrl+u ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาตามรูป
จากนั้นเลื่อนแถบ Saturation ไปทางบวก ตามรูปผมเลื่อนไปที่ 24 เพื่อให้สีทั้งภาพดูอิ่มขึ้นชัดเจนครับ ตรงส่วนไหนที่เราไม่ต้องการให้เข้ม ก็อย่าเพิ่งไปซีเรียสครับ เราแก้ได้อีกเช่นเคยอย่างเช่นบริเวณ จากรูปตัวอย่างจะเห็นว่าสีเข้มเกินไป อย่าเพิ่งซีเรียสครับ

ทั้งนี้ให้ทำบน Layer บนสุดนะครับ
จากนั้นทำแบบก่อนหน้านี่ครับ โดยการสร้าง Add layer Masks วงกลม 1 จากนั้นหน้าตาก็จะเป็นตามวงกลมที่ 2 แล้วเราก็ไปเลือก Brush แล้วบรรจงละเลงที่ตัวแบบในบริเวณ เส้นสีแดงครับ ค่อยๆ ระบายให้ Layer ด้านล้างแสดงขึ้นมา โทนสีที่เข้มตอนแรก ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกว่าจะเป็นที่หน้าพอใจครับ จะนั้นก็หยุด
จากนั้นตามรูปเลยครับ ทำการรวม Layer ทุก Layer เข้าด้วยกันครับ เป็นอันเสร็จครับ
ลองเอารูปมาเปรียบเทียบให้ดูกัน ครับ จะเห็นได้ว่า แบล็กกราวด้านหลังแบบสว่างขึ้นไม่มากจนเสียรายละเอียด แต่ตัวแบบ ชัดเจนและสว่างขึ้นกว่าเก่ามากครับ

ทั้งหมดนี้เอาไป ประยุกปรับใช้ได้กับภาพทุกแนว การแก้ไขได้ผลดีขึ้นอยู่กับการฝึกฝนครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดไม่อยากให้ถ่ายรูปแล้วคิดว่า เดี๋ยวเอาไปแก้ไขได้ได้ครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเราควรฝึกฝนการถ่ายให้ออกมาเป็นอย่างที่เราต้องการ ดีกว่ามานั่งแก้ที่หลังครับ


หวังว่าคงเป็นประโยขน์นะครับ อย่างที่ผมย้ำว่า เทคนิคนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการแก้ไขภาพเฉพาะส่วนแบบอื่นได้ครับ
เรื่อง/ภาพ gotchi
ที่มา:  Klongdigital.com

ทำภาพให้หลังเบลอเพื่อให้แบบดูโดดเด่น

ทำภาพให้หลังเบลอเพื่อให้แบบดูโดดเด่น



อยากทำภาพ ประมาณ หน้าชัดหลังเบลอ ได้ง่ายๆ มีวิธีดังนี้
การทำใช้หลักการง่ายๆโดยเราใช้ขั้นตอนของ Copy Layer จากภาพเดิม เอามาซ้อนทับกัน
ขั้นตอนแรกโดยการเปิดรูปที่ต้องการจะทำ
 


คลิกขวาเมาส์ ที่รูป แล้วกดไปที่ Duplicate Layer
เราสามารถกด Ctrl + J ก็ได้
ตั้งชื่อให้เรียบร้อย หรือ Background copy เลยก็ได้
กดเครื่องมือ Filter > Blur > Gaussian Blur


กำหนดค่าความเบลอของภาพให้เหมาะสม
ภาพใน Layer ที่ถูกใส่ Gaussian Blur เปลี่ยนค่าแล้วแต่ชอบเลยครับ จะเบลอมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละรูป
กดเครื่องมือ Eraser Tool แล้วลบในเฟรมที่ตัวแบบอย่างในภาพ กำหนดค่า Opacity : 50 % เพื่อให้เรียบเนียน อย่าให้เกินตัวนางแบบไปนะครับ
โดยการเพิ่มขนาดช่องวงกลมนั้น
ปุ่ม บ กดแล้วจะทำให้วงกลม  : เล็กลง
ปุ่ม ล  กดแล้วจะทำให้วงกลม : ใหญ่ขึ้น
1 :  เราสามารถตั้งค่า Opacity ให้มากกว่า 50 % ได้ จะทำให้ตัวแบบดูชัดขึ้น และดูโดดเด่นขึ้น รองทำดูนะครับ  ให้รอบนอก 50 % แล้วด้านในให้มีค่าเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ
2 :  สามารถกดช่องมองดูแต่ละเฟรมได้เลยครับ
สังเกตว่าเราจะลบที่ตัวแบบออกทั้งหมด
เราจะได้ฉากหลังเบลอหน้าชัด ......... เห็นไหมง่ายนิดเดียวเอง

ในตัวอย่าง ผมพยายามทำให้หลังเบลอมากๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ส่วนใครจะไปประยุกต์ใช้แบบไหน ก็แล้วแต่เลยครับ


ขอบคุณนางแบบจากงาน MOTOR EXPO 
ที่มา: www.klongdigital.com 

20 พฤษภาคม 2554

PowerShot SX 230 HS กล้องดิจิตอลคอมแพคซุปเปอร์ซูม

PowerShot SX 230 HS กล้องดิจิตอลคอมแพคซุปเปอร์ซูม ใหม่! ฟังก์ชั่น GPS ระบุพิกัดสถานที่ของภาพถ่าย

ตามรอยทุกเส้นทางผ่านการบันทึกภาพสุดประทับใจ ไปกับกล้องดิจิตอล Canon รุ่นใหม่ล่าสุด! PowerShot SX 230 HS ครั้งแรก!! ของกล้องดิจิตอลแคนนอนกับ ฟังก์ชั่น GPS (Global Positioning System) ระบบรับสัญญาณบอกตำแหน่งของสถานที่ในภาพถ่ายจากดาวเทียม ที่ระบุพิกัด (latitude, longitude) และเวลา (Time Zone) ของสถานที่ในภาพถ่ายได้โดยอัตโนมัติ รองรับทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว สรุปเส้นทางการเดินทางทั้งหมดแม้ไม่ได้เปิดกล้อง ด้วยซอฟ์ทแวร์ Map Utility Software (อยู่ในกล่องผลิตภัณฑ์)

16 พฤษภาคม 2554

ทำกรอบภาพง่ายๆ


เห็นมีคนถามหลายกระทู้ละ...ว่าจะทำกรอบภาพยังไง
วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ....เลยเอาวิธีการสร้างกรอบโดยโฟโต้ช็อบแบบง่ายๆ มาฝาก กันซักหน่อย
มาใช้รูปนึงก็แล้วกันนะครับ

วิธีการทำกรอบรูป...ไม่ยากหรอครับ
ในขั้นตอนที่ผมสอนอาจจะดูมีหลายขั้นตอน...ดูเหมือนจะยุ่งยาก
แต่ลองทำตามผมซิครับ...แล้วจะรู้ว่ามันช่างง่ายอะไรจะปานนั้น!!

ก่อนอื่นเราก็เลือกรูปที่เราจะทำกรอบ...เอามาปรับแต่งสีสัน และย่อขนาดให้ได้ที่ต้องการ
ในที่นี้...ผมนำรูปของคุณ zuume มาปรับสีนิดหน่อย แล้วย่อลงเป็นขนาด 510x340 pixel

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว
เรามาสร้างขอบเส้นเล็กๆ สีเทา ขนาด 1 พิกเซลให้กับภาพของเราเสียก่อน
....ไปที่เมนู Image > Canvas Size (ตามภาพเลยครับ)
จะมีหน้าต่าง Canvas Size โผล่ขึ้นมา ดังภาพ
ภาพข้างบนนั่นเป็นขนาดของภาพเราในปัจจุบัน
ทีนี้เราจะมาทำการเพิ่มเส้นขอบรูปขนาด 1 พิกเซลเข้าไป
นั่นคือการที่เราจะต้องขยายขอบรูปออกข้างละ 1 พิกเซลใช่ป่ะ

กำหนดไปเลย...เพิ่มความกว้าง 2 พิกเซล เป็น 342 พิกเซล และเพิ่มความสูง 2 พิกเซล เป็น 512 พิกเซล (1)
และไปกำหนดตรง Canvas extension color ให้เป็น Gray ซึ่งก็คือสีเทานั่นเอง (2)
อย่าเพิ่งงงนะครับ
เท่านี้เราก็จะได้รูปที่มีเส้นขอบสีเทาๆ บางๆ ขนาด 1 พิกเซลแล้วล่ะ (ตัวอย่างในภาพอาจจะมองไม่ค่อยออกนะครับ...เพราะเส้นมันบาง)
อ่อ....เห็นแฮะ 
อันดับต่อไป มาสร้างตัวกรอบจริงๆ ให้กับรูปภาพ
ในที่นี้ผมจะสร้างกรอบภาพขนาด 50 พิกเซล สีขาว
ดังนั้นเราจะต้องขยายด้านข้างของภาพออก 50 พิกเซล สองด้านก็เท่ากับ 100 พิกเซล
ขนาดรูปเดิมของเราคือ 510x340 พิกเซล
ดังนั้นเราต้องกำหนดให้เป็น 610x440 พิกเซล
ไป Canvas Size กันเลยครับ
กำหนดควมกว้างเป็น 440 ความสูงเป็น 610
และ Canvas extension color ให้เป็น White
เราก็จะได้รูปที่มีกรอบสีขาว ซึ่งมีขนาดของกรอบ 50 พิกเซล
แต่ยังไม่พอครับ...มันยังดูธรรมดาไป
ไปที่หน้าต่าง Layer แล้วดับเบิ้ลคลิกที่เลเยอร์ Background
จะมีหน้าต่าง New Layer ขึ้นมา ให้คลิก OK
ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราต้องการให้รูปของเรากลายเป็น Layer เพื่อที่เราจะสามารถใช้ Layer Style ได้ (ในกรณีที่เป็น Background จะไม่สามารถใช้คำสั่ง Layer Style ได้ครับผม)
สังเกตว่าตอนนี้ เจ้าเลเยอร์ Background ของเราเปลี่ยนชื่อไปแล้ว เป็น Layer0
คราวนี้เราก็มา Canvas Size กันอีกที
เพิ่มขอบข้างละ 10 พิกเซล ดังภาพ
อ่อ..ลืมบอกไป เมื่อภาพของเราเป็นเลเยอร์ จะไม่สามารถเลือกค่า Canvas extension color ได้นะครับ (กลับไปดูรูปข้างบน)
คราวนี้เราก็จะได้รูปภาพที่มีขอบใสๆ มาดังภาพ
ขั้นตอนต่อไป เราจะใส่เงาให้กรอบของเรา เพื่อให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้น
ไปที่เมนู Layer > Layer Style > Drop Shadow
ตามภาพเลยครับ
คราวนี้โปรแกรมจะเรียกหน้าต่าง Layer Style ขึ้นมา
กำหนดค่าตามรูปเลยครับ
จริงๆ แล้วเราสามารถปรับค่าต่างๆ ได้อีกนะ แต่คงต้องอธิบายกันยาว
เอาเป็นว่าทำตามผมไปก่อนก็แล้วกัน
ลองสังเกตที่ขอบของกรอบสีขาวนะ....จะปรากฏเงาจางๆ ขึ้นมา แต่อาจจะมองไม่ค่อยชัด...แต่รอเดี๋ยว จะทำให้มันเห็นชัดเจนขึ้นน่ะ
ไปที่เมนู Layer เลือกคำสั่ง Flatten Image  
เห็นป่ะ....รูปของเรามีกรอบสีขาวที่มีเงาจางๆ
ดูดีขึ้นไม๊ล่ะครับ

จากนั้นก็พิมพ์ข้อความใส่นิดหน่อยพอเป็นพิธี แต่ไม่ต้องให้รกมากนะ เดี๋ยวจะดูไม่สวยไปซะอีก
ในที่สุด...เราก็ได้รูปพร้อมกรอบ มีรายละเอียดประกอบเล็กน้อย
พร้อมโพสอวดเพื่อนๆ แล้วล่ะ  
เสร็จแล้วครับ....ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ป่ะ
ขอบคุณคุณ zuume ครับ ที่ให้ยืมรูปประกอบการสอน
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาชมและคอมเมนต์ครับ
มีโอกาสจะหาอะไรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อีกนะครับ


ที่มา: ด้วยความปรารถนาดีจาก Canabizz Entertainment

การลดขนาดของภาพ ด้วยโปรแกรม Photoshop

การลดขนาดของภาพ ด้วยโปรแกรม Photoshop

ภาพที่ถ่ายออกมาจากกล้องดิจิตอลนั้น ปกติจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยฉพาะเมื่อจะนำไปใช้ใส่ในรายงาน ส่งทางอีเมล์ หรือโพสใน internet ถ้าหากไม่ปรับขนาดก่อนคงจะไม่สามารถนำไปใช้ได้


ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการลดขนาดของรูป โดยสำหรับในบทความนี้จะขอกล่าวถึงวิธีการปรับขนาดโดยโปรแกรม Photoshop ซึ่งเป็นโปรแกรมตกแต่งรูปที่นิยมใช้กันมากที่สุด (คงไม่ต้องบอกว่าจะหามาจากที่ไหน) เอาละเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า


โดยปกติแล้วภาพที่ถ่ายออกมาจะมีขนาดใหญ่ โดยภาพขนาด 4-5 ล้านพิกเซลก็จะมีขนาดถึง ประมาณ 2400 x 1800 พิกเซล ซึงโดยปกติแล้วหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีขนาดแค่ 800 x 600 ถึง 1024 x 768 เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับค่าที่ตั้งไว้) ซึ่งแน่นอนว่าขนาดของรูปจะใหญ่กว่าจอมาก และขนาดก็หลาย MB ไม่สามารถนำไปใช้งานได้

Sony เปิดตัวแท็บเล็ต sony S1 และ sony S2

Sony เปิดตัวแท็บเล็ต sony S1 และ sony S2

ยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ได้เปิดตัวแอนดรอยด์แท็บเล็ตอย่างเป็นทางการ 2 รุ่น คือ Sony S1 และ Sony S2 ซึ่งมีดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร

Sony S1

Sony S1 นั้นมีหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9.4 นิ้ว ที่มีลักษณะคล้ายกับหนังสือและบาง พกพาได้สะดวก ใช้หน่วยประมวลผล NVIDIA Tegra 2 SoC ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด Android 3.0 (Honeycomb) และรองรับ Wi-fi และเทคโนโลยี 3G/4G เน้นการตอบสนองที่รวดเร็ว และเรียบง่าย 

14 พฤษภาคม 2554

Canon ประกาศความสำเร็จ ผลิตเลนส์ EF ครบ 60 ล้านตัว !

แคนนอน อิงค์ และ แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง ประเทศญี่ปุ่น ร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่สามารถผลิตเลนส์ในตระกูล EF (Electro Focus) ครบ 60 ล้านตัว ที่รุ่น EF70-300mm f/4-5.6L IS USM เมื่อเดือนมกราคม 2554 ที่ผ่านมา

โดยจุดเริ่มต้นการผลิตเลนส์ชนิดถอดเปลี่ยนได้ในตระกูล EF สำหรับกล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์ EOS ของแคนนอนเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2530 หรือเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ณ โรงงานในเมืองอุสึโนมิยะ ประเทศญี่ปุ่นและเริ่มขยายสาขาการผลิตออกไปเป็น 4 แห่งด้วยกันคือโรงงานผลิต ณ แคนนอน อิงค์ ประเทศไต้หวัน, แคนนอน ออปโต ประเทศมาเลเซีย.และโรงงานผลิต ณ เมืองโอไอตะ แคนนอน อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น

Samsung ปรับผังธุรกิจสู่ 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งเป้าเติบโต 30 %

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กับกล้องซัมซุง 2View ด้วยยอดขายมากกว่า 90,000 ตัว สร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ มีสัดส่วนกว่า 9% ของตลาดกล้องคอมแพค ดันยอดขายปีที่ผ่านโตกว่า 85% พร้อม ปูพรมตลาดกล้องคอมแพ็คเปลี่ยนเลนส์ได้ ชู NX100 คมชัดระดับ DSLR พกพาสะดวกเหมือนดิจิตอลคอมแพ็ค กับการสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกของโลก กับนวัตกรรมกล้อง Slim & Hi Zoom บางเพียง 22 มม. ซูมไกล 12 เท่า

ซัมซุงวางเป้า รุกตลาดกล้องเต็มกำลัง ปรับผังเซ็กเม้นท์ใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เน้นความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อการตัดสินใจซื้อที่ง่ายขึ้น ล่าสุดเปิดตัว 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน ทั้งดีไซน์ และ ฟังก์ชันโดนใจ สำหรับคนรักการถ่ายภาพ ตอบรับประสบการณ์ใหม่ของผู้บริโภคทุกลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ มุ่งสร้างเทรนด์การถ่ายภาพแบบภายใต้ จุดยืนของกล้องซัมซุง “Smart Camera…Innovation Makes It Easy” เพื่อขีดสุดของการใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์



Canon คว้าแชมป์ “กล้องดิจิตอลยอดเยี่ยม” กวาดรางวัลTIPA ปีล่าสุด


Canon คว้า 4 รางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากองค์กร TIPA (Technical Image Press Association) รางวัลด้านภาพถ่ายที่คนทั่วโลกจับตามอง คัดเลือกโดยบรรณาธิการนิตยสารถ่ายภาพชั้นนำจาก 9 ประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา จีน สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ และญี่ปุ่น


โดย 4 รางวัลยอดเยี่ยมที่แคนนอนสามารถชนะใจกรรมการในปีนี้ ได้แก่


  • กล้องดิจิตอล SLR EOS 600D คว้ารางวัลกล้องดิจิตอลยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น (Best DSLR Entry Level)




  • กล้องดิจิตอล PowerShot SX230 HS คว้ารางวัลกล้องซุปเปอร์ซูมยอดเยี่ยม (Best Superzoom Camera)




  • เลนส์ Canon EF 70-200mm f/2.8L II IS USM คว้ารางวัลเลนส์ระดับโปรเฟสชั่นเนลยอดเยี่ยม (Best Professional Lens)




  • พรินเตอร์ Canon PIXMA MG8150 คว้ารางวัลโฟโต้พรินเตอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นยอดเยี่ยม (Best Multifunction Photo Printer)




  • ที่มา: www.taklong.com/news 

    บทความกล้องดิจิตอลยอดนิยม

    บทความที่เกี่ยวข้อง